น้ำขิง ตัวช่วยสำคัญสำหรับคุณแม่หลังคลอดและให้นมบุตร

น้ำขิงช่วยขับนม

น้ำขิงตัวช่วยสำคัญสำหรับคุณแม่หลังคลอดและให้นมบุตร

“สิ่งที่คุณแม่ปรารถนา คือ การสามารถให้น้ำนมบุตรได้ดี” ฉะนั้น เรนองทีมีเคล็ดลับการดื่มน้ำขิงเพื่อกระตุ้นน้ำนมแม่มาฝากกันค่ะ

 

ขิงเป็นพืชที่มีสรรพคุณมากมาย ในทางการแพทย์ทางเลือกต่างๆ หลายขนาน ทั้งแพทย์แผนไทย แพทย์แผนจีน ทั้งยังถูกบรรรจุในตำรับยาทางอินเดียอีกด้วย และในปัจจุบัน ทางการแพทย์แผนตะวันตกยังมีการประยุกต์ใช้ขิงในเชิงการบำรุงร่างกาย โดยเฉพาะการใช้น้ำขิงในการดูแลแม่ให้นมบุตรอีกด้วย

ตามทฤษฎีแพทย์แผนไทยนั้นได้ระบุสรรพคุณของน้ำขิงไว้ว่า ช่วยแก้ไอ ท้องเสีย ขับลม ลดอาการแพ้ท้อง และยังช่วยขับน้ำนมสำหรับแม่ให้นมบุตร ช่วยคุณแม่ที่มีน้ำนมน้อย หรือน้ำนมไม่มา ให้มีน้ำนมมากขึ้นได้

ตามตำราแพทย์แผนจีนก็ระบุว่า ขิงมีฤทธิ์ร้อน หรือมีฤทธิ์ “หยาง” ช่วยในการเผาผลาญ ขับลม ช่วยขับเลือดคาวปลา และช่วยกระตุ้นน้ำนม และยังช่วยแก้อาการหนาว เป็นไข้หวัด โดยเฉพาะน้ำขิงร้อนๆ ที่มีฤทธิ์เป็นหยาง หรือฤทธิ์ร้อน ค่อนข้างสูง จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดเข้าไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆในร่างกาย และเลือดที่ไหลเวียนมากขึ้นจะกระตุ้นการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกาย รวมถึงต่อมผลิตน้ำนม ทำให้น้ำนมมากขึ้นตามไปด้วย

เรียกได้ว่า น้ำขิงมีบทบาทโดดเด่นในการขับลม เพิ่มความร้อน รวมถึงในการกระตุ้นน้ำนมและดูแลร่างกายคุณแม่หลังคลอดเป็นอย่างมากในตำราแพทย์ทั้งสองขนาน และยังได้รับความนิยมในหมู่คุณแม่สมัยใหม่เป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำขิงจะช่วยทำให้ช่องท้องอบอุ่นหลังคลอด ช่วยลดอาการปวดเมื่อยหลังคลอดได้ คุณแม่หลังคลอดบางท่านที่ไม่สามารถหยุดงานได้ ถึงขนาดดื่มน้ำขิงแทนน้ำเปล่าในทุกวัน เพื่อเพิ่มความร้อนในร่างกายแทนการอยู่ไฟเลยก็มี

แต่อย่างไรก็ตาม มีบางท่านพบว่า การรับประทานน้ำขิงเพื่อกระตุ้นน้ำนมแม่และดูแลร่างกายคุณแม่ให้สมบูรณ์นั้น ถ้าดื่มในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้คุณแม่เกิดอาการร้อนใน หรือเด็กอาจมีอาการถ่ายบ่อย ถ้าเด็กแพ้เหงื่ออยู่แล้วอาจจะผื่นขึ้นได้ เพราะน้ำขิงจะไปเพิ่มความร้อนในร่างกายเด็กจนเกินพอดีนั่นเอง จึงควรดื่มเพียงขนาดที่เหมาะสม โดยปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการรับประทานน้ำขิงเพื่อเพิ่มน้ำนมแม่ คือดื่มน้ำขิงร้อนประมาณวันละ 2 แก้ว ( ไม่เกิน 500 ml)

น้ำขิงเพื่อกระตุ้นน้ำนมแม่

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ติดตามอ่านสาระความรู้เกี่ยวกับการใช้สมุนไพรเพื่อดูแลสุขภาพได้ที่นี่เลยค่ะ Renong Tea Blog